a
ข่าวสาร
วันอังคาร, 11 ธันวาคม 2561
บริการด้วยมาตรฐานสากล ดูแลความมั่นคงด้วยใจ เพื่อให้ไทยเป็นมาตุภูมที่มั่นคงปลอดภัย

 

Immigration Bureau Online Service

 

Visitors Counter

00982684
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1969
1849
5300
961829
22376
55037
982684

Your IP: 54.84.236.168
2018-12-11 17:53

ข่าวสาร

ปล่อยแถวระดมกวาดล้างคนต่างด้าวที่กระทำความผิดในราชอาณาจักรภายใต้ปฏิบัติการ Operation x-ray out law foreigner

วันที่ 26 ต.ค.61 เวลา 08.00 น.

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 รรท.ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.ณพัฒน์ศักย์ ธรรมรักษ์ รอง ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ตม.4 รรท.ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่, พ.ต.ท.ชาญวิทย์ สุริยาทิพย์เนตร รอง ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ตม.จว.เชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับ กก.บคด.บก.ตม.5, กก.2 บก.ทท.2 และ มทบ.33 ปล่อยแถวระดมกวาดล้างคนต่างด้าวที่กระทำความผิดในราชอาณาจักรภายใต้ปฏิบัติการ Operation x-ray out law foreigner ในพื้นที่รับผิดชอบ ผลการปฏิบัติดังนี้

1. จับกุมนายจ้าง น.ส.ณัชชา เมืองสุวรรณ อายุ 35 ปี ข้อหา ให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ สถานที่จับกุม ร้านถุงแก้วพลาสติก ตลาดสดแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ 

2. จับกุม นางสวยเอ๋ง อายุ 28 ปี สัญชาติเมียนมา ข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานในลักษณะต้องห้าม สถานที่จับกุม ร้านถุงแก้วพลาสติก ตลาดสดแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

3. จับกุม Mr.Ronald Paul Veeck อายุ 57 ปี สัญชาติ เยอรมัน ข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด โดยอยู่เกินกำหนดอนุญาต จำนวน 254 วัน สถานที่จับกุม คอนโดดีเวียง สันติธรรม อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่

ตม.เชียงใหม่ แถลงข่าวการจับกุม สองผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้

วันที่ 6 พ.ย.61 เวลา 20.00 น.

ณ ศูนย์ปฎิบัติการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม ,พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รรท.ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รรท.รอง ผบช.สตม.,พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท.ผบก.สส.สตม. ,พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 และเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงใหม่ แถลงข่าวการจับกุม สองผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ โดยรายแรกจับกุม นายคิมซุนยอง 58 ปี ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายแดงอินเตอร์โพลของประเทศเกาหลี โดยผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุฉ้อโกง ระดมทุนสร้างสนามไดร์ฟกอล์ฟ เงินจำนวน170 ล้านวอน หรือประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อปี 2550 รายที่สองจับกุมนาย ลีมยองแฮค 56 ปี ผู้ต้องหาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยอยู่เป็นเวลานานกว่า 13 ปี โดยทั้งสองรายจับกุมได้ภายในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจากทางการเกาหลีใต้ว่ามีผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีฉ้อโกงมาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยจึงได้ทำการตรวจสอบ กระทั่งพบว่ามีการแจ้งรายละเอียดการเข้ามาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพ1 ด่านตม.หนองคาย เป็นเวลา 60 วัน ก่อนทำการแจ้งขออยู่ต่อที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีและต่อมาได้มีการเปลี่ยนที่พักพิงหลายครั้งโดยเข้ามาในลักษณะวีซ่าบั้นปลายชีวิต ต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการสืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้กบดานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่จึงกระจายกำลังตรวจค้น ก่อนจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 103 ม9 ต.ขุนคง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังได้จับกุมนาย ลีมยองแฮค ได้ที่หอพักเพชรเอม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังสืบทราบว่าเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยอยู่นานกว่า 13 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการเดินทางเข้ามาจากด่านตม.เชียงราย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะทำการพักดันผู้ต้องหาทั้งสองราย ออกจากราชอาณาจักรไทยตามขั้นตอนต่อไป

ตม.จว.เชียงใหม่ ออกสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวทำผิดกฎหมายและออกตรวจสอบสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ

วันที่ 9 พ.ย. 61 เวลาประมาณ 13.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รรท.ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.ชูศักดิ์ พนัมอัมพร รอง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รรท.ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.ท.ชาญวิทย์ สุริยาทิพย์เนตร รอง ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.เชียงใหม่ ออกสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวทำผิดกฎหมายและออกตรวจสอบสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ , พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ , พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง มีผลการปฏิบัติดังนี้ == - โดยได้ร่วมกับ สนง.จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ , กก.บคด.บก.ตม.5 , กก.2 บก.ทท.2 บช.ทท. , กก.4 บก.ปคม. และ สภ.ช้างเผือก ร่วมกันจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติจีน รวมจำนวน 12 คน ในข้อหา "ร่วมกันเป็นนายจ้างในต่างประเทศหรือตัวแทนทำการรับสมัครเพื่อหาลูกจ้างในประเทศไทยด้วยตนเองเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานจัดหางานหรือกรมการจัดหางาน" , "เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน" และ "เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแต่ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต" เหตุเกิดและจับกุมได้ที่ห้องเธียเตอร์ อาคารศูนย์ประชุมและนิทรรศการ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา พ.ศ.2558 ต.ช้างเผือก อ.เมือง จว.เชียงใหม่ นำตัวส่ง พงส.สภ.ช้างเผือก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตม.เชียงใหม่ รวบแก๊งจีนเปิดโรงแรมสุดหรู-เนียนคัดสาวไทยส่งนวดแดนมังกร

ที่มา: https://www.sanook.com/news/7571906/

( 9 พ.ย. 61 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ จับกุม นาย MAO XIANJIAN อายุ 41 ปี สัญชาติจีน พร้อมชาวจีนอีก 11 คน มาสอบปากคำที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ชาวจีนทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศ โดยขอวีซ่านักท่องเที่ยว แต่ปรากฏว่า ได้ไปเช่าห้องประชุมหรู ของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่ เพื่อรับสมัครหญิงสาวชาวไทยที่มีความสามารถในการนวด มาคัดเลือก โดยให้หญิงไทยเหล่านี้ทดลองนวดชาวจีน

ขณะที่การสอบสวนคนจีนทั้งหมดยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่ได้เปิดรับสมัครงานแต่อย่างใด และขอใช้สิทธิ์ประสานสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่  โดยหนึ่งในชาวจีนได้ให้ข้อมูลผ่านล่าม ว่า ก่อนเดินทางมาได้ศึกษากฎหมายไทยมาดีแล้ว และการที่คนจีนหนึ่งคนจะใช้คนนวด 10 คนก็ไม่ผิด เพราะต้องการที่จะคัดเลือกคนนวดที่สุดทำการนวดให้  พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รักษาราชการแทนผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 แถลงผลการจับกุมว่า จากการสืบสวนของ ตม.เชียงใหม่ และ ตม.5 รวมทั้งจัดหางานเชียงใหม่ ทราบว่าจะมีกลุ่มชาวจีนเข้ามาเช่าสถานที่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อคัดสรรคนเพื่อไปทำงานนวดแผนไทย หรือนวดแผนโบราณที่ประเทศจีน  โดยได้ส่งข้อความผ่านนายหน้าชาวไทยให้ชักชวนหญิงไทยที่มีความสามารถในการนวดมาทดสอบ เพื่อคัดเลือกไปทำงาน

ทั้งนี้ กระทำของกลุ่มชาวจีนทั้งหมดตามกฎหมายไทยถือว่า มีความผิด เพราะชาวจีนทั้งหมดมาแบบนักท่องเที่ยว แต่กลับทำตัวเป็นนายหน้ามารับสมัครหาลูกจ้างในประเทศไทยเพื่อไปทำงานต่างประเทศ โดยไม่ผ่านสำนักงานจัดหางานของไทย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา "เป็นนายจ้างในต่างประเทศหรือตัวแทนทำการรับสมัครเพื่อหาลูกจ้างในประเทศไทยด้วยตนเองเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยไม่ผ่านสำนักงานจัดหางานหรือกรมการจัดหางาน ตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ม.50) เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2561 เป็นคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว" === ส่วนที่คนจีนทั้งหมดหลักถูกจับกุมได้ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำความผิด ก็เป็นสิทธิ์ที่จะกระทำได้ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐาน ทั้งภาพถ่าย รวมทั้งข้อความที่ส่งผ่านกลุ่มไลน์ชักชวนให้มาทดสอบเพื่อคัดเลือกไปทำงานนวดที่เมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน

ด้าน นางพรปวีณ์ วิชิต จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รูปแบบการหลอกลวงชักชวนไปทำงานต่างประเทศมีแพร่หลายขึ้น โดยเฉพาะผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งกรณีของประเทศจีนก็เริ่มมีการรับสมัครหญิงไทยหน้าตาดีไปทำงานนวดเช่น กรณีที่ตรวจพบครั้งนี้ ก็เปิดรับสมัครหญิงไทยหน้าตาดี อายุไม่เกิน 30 ปี โดยจะให้เงินเดือนๆ ละ 5 พันหยวน และวันนี้จะมีการเปิดรับสมัครคัดเลือก พร้อมนัดหมายให้มาพบยังสถานที่ที่เปิดรับสมัคร นอกจากเงินเดือนที่จะให้เดือนละ 5 พันหยวนแล้ว ยังมีข้อจูงใจอื่นๆ เช่น ที่พักฟรี อาหารฟรี และจะดำเนินการขอวีซ่าไปทำงานให้ด้วย

กรณีการหลอกลวงหญิงไทยไปทำงานต่างประเทศ มีข่าวออกมาต่อเนื่อง และสำนักงานฯ พยายามประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยถูกหลอกลวง โดยประเทศที่พบว่า มีการหลอกลวงหญิงไทยไปทำงานนวด มีทั้งประเทศจีน เกาหลี กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรต มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ

ตม.จว.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ หัวหน้าแผนกกงสุลจากสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย

วันที่ 15 พ.ย.61 เวลา 14.00 น.

พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ตม.4 รรท.ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.ท.ชาญวิทย์ สุริยาทิพย์เนตร รอง ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ , พ.ต.ท.หญิง ฐิติรัตน์ นาคชาติ รอง ผกก.ฝอ.บก.ตม.4 รรท.รอง ผกก.ตม.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.ต.หญิง เกวลิน ธรรมทิน สว.ตม.จว.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ หัวหน้าแผนกกงสุลจากสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย, กงสุลกิตติมศักดิ์ออสเตรเลียประจำจังหวัดเชียงใหม่ เข้าพบปะหารือเกี่ยวกับการให้บริการการยื่นขออยู่ต่อของชาวออสเตรเลียในจังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้อง ศปก.ตม.จว.เชียงใหม่